การขึ้นมาของแนวร่วมซ้ายในกรีซ

images/i6kvedcm23qw.jpg

กองบรรณาธิการเลี้ยวซ้าย

ใจ อึ๊งภากรณ์ - Monday, 07 May 2012

ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ร้ายแรงที่สุดในรอบหกสิบปีที่ผ่านมา และความพยายามของกลุ่มทุนที่จะผลักดันภาระในการจ่ายหนี้ของนายธนาคาร ให้คนทำงานในทุกประเทศของยุโรป มีกระแสใหม่ของแนวร่วมฝ่ายซ้ายเกิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศสและกรีซ

ในการเลือกตั้งที่กรีซ “พรรคแนวร่วมซ้ายก้าวหน้า” (Syriza) ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มสังคมนิยม กลุ่มตรอทสกี้ กลุ่มเหมาอิสต์ กลุ่มเฟมินิสต์ และกลุ่มรักสิ่งแวดล้อม เพิ่มคะแนนเสียงเป็น 17% คือได้ 1 ล้านเสียงจากผู้มาลงคะแนนทั้งหมด 6.5 ล้านคน พรรค Syriza นี้ติดอันดับสอง และแซงหน้าพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (Pasok) ที่ใช้แนวเสรีนิยมและเคยอยู่ในรัฐบาลร่วมกับพรรคฝ่ายขวา (อ่านต่อ)...

วิกฤตเศรษฐกิจนี้เกิดจากปัญหาเรื้อรังของทุนนิยม ที่มีแนวโน้มตลอดเวลาที่จะแข่งขันกันระหว่างกลุ่มทุนจนอัตรากำไรถูกกดลงเรื่อยๆ และวิธีเอาตัวรอดของพวกนายทุนในตลาดคือการสร้างฟองสบู่เป็นระยะๆ เพื่อกระตุ้นกำไรผ่านการปั่นหุ้นปั่นราคา ฟองสบู่ล่าสุดที่ทำให้ธนาคารต่างๆ เต็มไปด้วยหนี้พิษ คือการปล่อยกู้ให้คนจนอเมริกันซื้อบ้าน และขายหนี้เสียของคนจนเหล่านี้ต่อกันไปสู่ธนาคารต่างๆ ในสหรัฐและยุโรป อีกแง่หนึ่งของวิกฤตคือการที่ธนาคารเยอรมันปล่อยกู้ให้ประเทศเล็กๆ ในสหภาพยุโรป (อียู) เช่นกรีซ เพื่อให้กรีซซื้อสินค้าเยอรมัน พร้อมกันนั้นมีการสร้างฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคอื่นๆ ในกรีซ ไอร์แลนด์ ปอร์ตุเกส และสเปน

พอธนาคารสำคัญๆในสหรัฐและยุโรปเริ่มพังจากหนี้เสีย รัฐบาลต่างๆ ก็ก้าวเข้ามาอุ้มธนาคารด้วยเงินภาษีของประชาชนและด้วยการกู้เงินจากภาคเอกชน มีการกระตุ้นเศรษฐกิจบ้างด้วยการลงทุนของรัฐ แต่ในไม่ช้าทุกรัฐบาล ไม่ว่าจะในสหรัฐหรือยุโรป ก็กลับลำภายใต้คำสั่งของกลุ่มทุนใหญ่และการกดดันจากผู้คุมตลาดการเงิน เพื่อให้ใช้นโยบายเสรีนิยม นโยบายดังกล่าวระบุว่าหนี้ของภาครัฐที่เพิ่มขึ้นและมาจากการกู้ธนาคารเอกชนแต่แรก ต้องถูกลดด้วยการตัดสวัสดิการและงบประมาณรัฐจนคนตกงานเป็นล้าน ที่โดนหนักสุดคือคนหนุ่มสาว ซึ่งคาดว่าในหลายประเทศของยุโรปตกงานถึง 25% การที่พวกนายทุนใหญ่และนายธนาคารจะจ่ายหนี้ที่ตนทำไว้แต่แรกเมื่อมีการปั่นหุ้นนั้น ถูกปฏิเสธจากผู้มีอำนาจโดยสิ้นเชิง

ในสหภาพยุโรป กล่มทุนใหญ่ใช้ไตรภาคี (Troika) ที่ประกอบไปด้วย ไอเอ็มเอฟ ธนาคารกลางยุโรป และฝ่ายบริหารอียู เพื่อบังคับให้ประชาชนในกรีซ และอิตาลี่ ยอมรับเผด็จการภายใต้นายกรัฐมนตรีที่เป็นนายธนาคาร รัฐบบาลใหม่ลงนามในข้อตกลงที่จะตัดสวัสดิการและมาตรฐานการทำงานของประชาชนส่วนใหญ่ ไตรภาคีเผด็จการนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลพรรคฝ่ายขวาของเยอรมันและฝรั่งเศส เงินที่ไตรภาคีเผด็จการอ้างว่าจะให้กรีซกู้เพื่อฟื้นฟูสถานการณ์ ในความเป็นจริงทุกยุโรที่มอบให้กรีซ กรีซต้องมอบต่อไปให้ธนาคารเยอรมันและฝรั่งเศสทันที

การที่พรรคการเมืองกระแสหลักในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย หรือพรรคของฝ่ายขวา สนับสนุนนโยบายที่ทำลายชีวิตประชาชนเพื่ออุ้มกลุ่มทุนและนายธนาคาร ทำให้เราเริ่มเห็นกระแสความไม่พอใจเกิดขึ้น เกือบทุกรัฐบาลที่ดำรงตำแหน่งในช่วงที่เกิดวิกฤต เสียคะแนนเสียงในการเลือกตั้งและต้องออกไป แต่รัฐบาลใหม่ที่มักเข้ามาแทนก็ใช้นโยบายเดียวกันต่อไป ดังนั้นเกิดความโกรธแค้นกับพรรคกระแสหลักทุกพรรค โดยเฉพาะในกรณีที่พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยกับพรรคฝ่ายขวาอยู่ในรัฐบาลแนวร่วม อย่างเช่นในกรีซ หรือในอิตาลี่

ในฝรั่งเสสแนวร่วมฝ่ายซ้ายที่นำโดย จอห์งลุก มะลอนชอง เพิ่มคะแนนเสียงเป็น 11% และกระแสนี้ช่วยให้ ฟรานสวา ฮอลแลนด์ จากพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยยึดตำแหน่งประธานาธิบดีจาก นิโคลัส ซาโคซี่ ได้

แต่ผลการเลือกตั้งที่กรีซน่าทึ่งยิ่งกว่า เพราะพรรคแนวร่วมซ้ายก้าวหน้าชิงอันดับสองของชาติได้ และทิ้งห่างคะแนนของพวกนาซีอย่างมาก ซึ่งต่างจากฝรั่งเศส เพราะในฝรั่งเศสพรรคนาซีได้คะแนนสูงกว่า มะลอนชอง ในวิกฤตเศรษฐกิจการเมืองที่ประชาชนมองว่าพรรคกระแสหลักทอดทิ้งประชาชน ถ้าพรรคซ้ายก้าวหน้าไม่เร่งออกมาสู้ พวกนาซีหรือฟาสซิสต์มักจะได้คะแนนสูง

เรื่องชี้ขาดที่ทำให้พรรคแนวร่วมซ้ายก้าวหน้าในกรีซ (Syriza) ได้คะแนนดี คือการต่อสู้นอกรัฐสภาของนักสหภาพแรงงานและขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม ตั้งแต่ปี 2009 มีการนัดหยุดงานทั่วไปในกรีซ ถึง 17 ครั้ง และมีการออกมาต่อต้านพวกนาซีบนท้องถนนอีกด้วย

คนเสื้อแดงก้าวหน้าคงเข้าใจดีว่าประชาชนทั่วโลกไม่สามารถไว้ใจนักการเมืองที่เราเลือกเข้ารัฐสภาได้ เพราะบ่อยครั้งเขาย่อมหาทางหักหลังเราหรือยอมจำนนต่อฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นสิ่งที่จะกดดันบังคับให้พรรคการเมืองแนวร่วมซ้ายก้าวหน้าออกมาปกป้องผลประโยชน์ของคนทำงาน และออกมาต่อต้านนโยบายเสรีนิยมอย่างจริงจัง คือการเคลื่อนไหวต่อไปนอกรัฐสภา ในฝรั่งเศส ประธานาธิบดีฮอลแลนด์ ไม่เคยพูดอย่างชัดเจนว่าจะไม่ใช้นโยบายเสรีนิยม แต่ชัยชนะของเขา อาจให้กำลังใจกับการต่อสู้นอกรัฐสภาได้ ถ้าแนวร่วมของ มะลอนชอง กล้านำตรงนี้

การที่เพื่อไทยสามารถหักหลังการต่อสู้ของคนเสื้อแดงได้ ก็เพราะขบวนการก้าวหน้านอกรัฐสภายังไม่เข้มแข็งพอ เราต้องเร่งแก้ไขสถานการณ์นี้